ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๕ แห่งแผ่นดินได้แก่อะไร ?
ขอถวายพระพร ธรรมดา แผ่นดิน ถึงจะมีคนเทของที่น่ายินดีและไม่น่ายินดี คือการบูน กฤษณา จันทน์ หญ้าฝรั่น เป็นต้นก็ดี เทลงไปซึ่งดี เสมหะ โลหิต เหงื่อ มันข้น น้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ ปัสสาวะ เป็นต้นก็ดี ก็เป็นอยู่เช่นนั้นฉันใด
พระโยคาวจรก็ควรเป็นเช่นนั้น ในสิ่งที่น่าต้องการ คือ ลาภ ความไม่มีลาภ ยศ ความไม่มียศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์แรกแห่งแผ่นดิน
ธรรมดาแผ่นดินย่อมปราศจากเครื่องประดับตกแต่ง มีแต่อบรมอยู่ด้วยกลิ่นของตนฉันใด พระโยคาวจรก็ควรปราศจากเครื่องประดับตกแต่ง ควรอบรมด้วยกลิ่นศีลของตนฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งแผ่นดิน
ธรรมดาแผ่นดินย่อมไม่มีระหว่าง ไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นของหนาแน่นกว้างขวางฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเป็นผู้มีศีลอยู่เป็นนิจอย่าให้ศีลขาดวิ่นเป็นช่องเป็นรู ให้ศีลหนาแน่นกว้างขวางอยู่ฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ ปห่งแผ่นดิน
ธรรมดาแผ่นดินย่อมทรงไว้ซึ่งความนิคม นคร ชนบท ต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง เนื้อ นก นรชน หญิงชายไม่ย่อท้อฉันใด พระโยคาวจรถึงจะต้องเป็นผู้ว่ากล่าวสั่งสอนผู่อื่น หรือถูกผู้อื่นว่ากล่าวสั่งสอน ก็ไม่ควรย่อท้อฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ ๔ แห่งแผ่นดิน
ธรรมดาแผ่นดินย่อมปราศจากความยินดียินร้ายฉันใด พระโยคาวจรก็ควรปราศจากความยินดียินร้าย ความมีใจเสมอกับแผ่นดินฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๕ แห่งแผ่นดิน
ข้อนี้สมกับคำของอุบาสิกา จูฬสุภัททา กล่าวสรรเสริฐสมณะของตนไว้ว่า
ถึงมีผู้ถากข้างหนึ่งด้วยมีดพร้า ทาร่างกายหนึ่งด้วยของหอมให้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่มีความยินดียินร้าย จิตของข้าพเจ้าเสมอด้วยแผ่นดิน สมณะทั้งหลายของข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกัน ขอถวายพระพร
องค์ ๕ แห่งน้ำ
ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๕ แห่งน้ำได้แก่อะไร ?
ขอถวายพระพร ธรรมดา น้ำ อันตั้งอยุ่นิ่ง ๆ ไม่ไหว ไม่ไม่มีผู้กวน ย่อมบริสุทธิ์ตามสภาวะปกติ คือความเป็นองค์ฉันใด
พระโยคาวจรก็ควรละการลวงโลกโอ้อวด การพูดเลี่ยบเคียง เพื่อหาลาภ การเหยียดผู้อื่นเพื่อหาลาภเสียแล้ว ควรเป็นผู้มีความประพฤติบริสุทธิ์ตามสภาวะปกติฉันนั้น อันนี้เป็นองค์แรกแห่งน้ำ
ธรรมดาน้ำย่อมตั้งอยู่ตามสภาพ คือความเย็นฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเป็นผู้ทำความเย็นให้แก่ผู้อื่นด้วยขันติ และความไม่เบียดเบียน ความเมตตากรุณาฉันนั้น อันเป็นองค์ที่ ๒ แห่งน้ำ
ธรรมดาน้ำย่อมทำสิ่งที่ไม่สะอาดให้สอาดฉันใด พระโยคาวจรก็ควรทำแต่สิ่งที่ไม่มีโทษในที่ทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งน้ำ
ธรรมดาน้ำย่อมเป็นที่ต้องการ แห่งคนและสัตว์เป็นอันมากฉันใด พระโยคาวจรผู้มักน้อย สันโดษ สงัด เงียบ ก็เป็นที่ต้องการแห่งโลกทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๔ แห่งน้ำ
ธรรดาน้ำย่อมไม่นำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เข้าไปให้แก่ใครฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรทำให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทบาดหมาง ความเพ่งโทษ ความริษยา ให่เกิดแก่ผู้อื่นฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๕ แห่งน้ำ
ข้อนี้ สมกับคำของพระพุทธเจ้าใน กัณหชาดก ว่า
ข้าแต่ท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าพระองค์จะประทานพรแก่หม่อมฉัน ก็ของจงประทานพรว่า อย่าให้กายหรือใจของหม่อมฉัน ทำให้เกิดทุกข์แก่ผู้อื่นเลย ดังนี้ ขอถวายพระพร
องค์ ๕ แห่งไฟ
ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๕ แห่งไฟได้แก่อะไร ?
ขอถวายพระพร ธรรมดา ไฟ ย่อมเผาหญ้าไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเผากิเลสทั้งภายนอกภายในด้วยไฟ คือญาณ ฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๑ แห่งไฟ
ธรรมดาไฟย่อมไม่มีเมตตากรุณาฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรมีเมตตากรุณา ในกิเลสทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งไฟ
ธรรมดาไฟย่อมกำจัดความเย็นฉันใด พระโยคาวจรก็ควรทำให้เกิดไฟ คือความเพียรเผ่ากิเลสทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งไฟ
ธรรมดาไฟย่อมไม่มีความยินดียินร้าย มีแต่ทำให้เกิดความร้อนฉันใด พระโยคาวจรก็ควรมีใจเสมอด้วยไฟ ปราศจากความยินดียินร้ายฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๔ แห่งไฟ
ธรรมดาไฟย่อมกำจัดความมืด ทำให้เกิดความสว่างฉันใด พระโยคาวจรก็ควรก็กำจัดความมืดคืออวิชา ทำให้เกิดความสว่าง คือญาณฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๕ แห่งไฟ
ข้อนี้สมกับพระพุทธโอวาทที่ทรงสอน พระราหุล ว่า
ดูก่อนราหุล เธอจงอบรมจิตใจให้เสมอกับไฟ เพราะเมื่อเธออบรมจิตใจให้เสมอกับไฟได้แล้ว สิ่งที่ถูกต้องอันเป็นที่พอใจและไม่พอใจ ย่อมไม่ครอบงำจิตใจได้ ดังนี้ ขอถวายพระพร
องค์ที่ ๕ แห่งพายุ
ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๕ แห่งพายุได้แก่อะไร ?
ขอถวายพระพร ธรรมดา พายุ ย่อมพัดหอบเอากลิ่นดอกไม้ที่บานแล้ว ในแนวป่าให้ฟุ้งไปฉันใด พระโยคาวจรก็ควรยินดีอยู่ในป่า อันมีดอกไม้คือวิมุตติเป็นอารมณ์ฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๑ แห่งพายุ
ธรรมดาพายุ ย่อมพัดหมู่ไม้ทั้งปวงให้พินาศฉันใด พระโยคาวจรก็ควรพิจจารณาสังขารอยู่ในป่า ขยี้กิเลสทั้งหลายให้แหลกราญฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งพายุ
ธรรมดาพายุ ย่อมเที่ยวไปในอากาศฉันใด พระโยคาวจรก็ควรให้ใจเที่ยวไปในโลกุตตรธรรมฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งพายุ
ธรรมดาพายุ ย่อมได้เสวยกลิ่นหอมฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเสวยกลิ่นหอม คือศีลอันประเสริฐของตนฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๔ แห่งพายุ
ธรรมดาพายุย่อมพัดเรื่อยไป ไม่ห่วงใยเสียดายสิ่งใดฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรห่งใยต่อสิ่งทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๕ แห่งพายุ
ข้อนี้สมกับพุทธภาษิต ที่องค์สมเด็จธรรมสามิสร์ตรัสไว้ว่า สุตตนิบาต ว่า
ภัยย่อมเกิดจากตัญหา ธุลีย่อมเกิดจากอาลัย ความไม่มีอาลัย ไม่มีตัญหา เป็นความเป็นของมนี ดังนี้ ขอถวายพระพร
องค์ที่ ๕ แห่งภูเขา
ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๕ แห่งภูเขาได้แก่อะไร ?
ขอถวายพระพร ธรรมดา ภูเขา ย่อมไม่หวั่นไหวฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรหวั่นไหว ในสิ่งที่น่ายินดียินร้ายฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๑ แห่งภูเขา
ข้อนี้สมกับพระพุทธพจน์ว่า
ภูเขาศิลาแท่งทึบ ย่อมไม่ไหวด้วยลมฉันใด บัณฑิตทั้งหลายก้ไม่ไหวด้วยนินทาสรรเสริญฉันนั้น ดังนี้
ธรรมดาภูเขาย่อมเป็นของแข็ง ไม่ระคนกับสิ่งฉันนั้น พระโยคาวจรก็ควรมีใจเข้มแข็งในสิ่งทั้งปวง ไม่คลุกคลีกับกิเลสใด ๆ ฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งภูเขา
ข้อนี้สมกับพระพุจน์ว่า
ผู้ไม่คลุกคลีกับคฤหัสบรรพชิตไม่มีความห่วงใย มีแต่ความมักน้อย เราเรียกว่า พราหมณ์ ดังนี้
ธรรมดาภูเขาศิลาย่อมไม่มีพืชพรรณงอกขึ้นได้ฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรให้กิเลสงอกขึ้นในใจของตนฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งภูเขา ข้อนี้สมกับคำของ พระสุภูติเถระ ว่า
เวลาที่จิตประกอบด้วย ราคะ โทสะ โมหะ เกิดขึ้นแก่เรา เราก็พิจารณาอยู่ผู้เดียว เราไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ในสิ่งที่น่าเกิด ราคะ โทสะ โมหะ ในสิ่งที่น่าเกิด ราคะ โทสะ โมหะ เราสอนตัวเราเองว่า
ถ้าท่านเกิดราคะ โทสะ โมหะ ก็จงออกไปจากป่า เพราะที่ป่านี้เป็นที่อยู่ของผู้บริสุทธิ์ ผู้ไม่มีมลทิน ผู้มีตบะ ท่านอย่าทำลายที่อันบริสุทธิ์ ท่านจงออกไปจากป่า ดังนี้
ธรรมดาภูเขาย่อมเป็นของสูงฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเป็นผู้สูงด้วยญาณฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๔ แห่งภูเขา
ข้อนี้สมกับพระพุทธพจน์ว่า
เมื่อใดบัณฑิตกำลังกำจัดความประมาทด้วยความไม่ประมาทได้แล้ว ขึ้นสู่ปราสาท คือปัญญา เมื่อนั้นท่านก็ไม่มีความเศร้าโศก ได้เล็งเห็นผู้เศร้าโศก เหมือนกับผู้อยู่บนภูเขาแลเห็นคนผู้อยู่ข้างล่างฉะนั้น
ธรรมดาภูเขาย่อมไม่ฟูขึ้นยุบลงฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรฟูขึ้นและยุบลงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๕ แห่งภูเขา ข้อนี้สมกับคำของอุบาสิกา จูฬสุภัททา ว่า
พระสมณะทั้งหลายของเรา ย่อมไม่ฟูขึ้นยุบลง ด้วยความมีลาภและความมีลาภและความไม่มีลาภเหมือนกับคนอื่น ๆ ดังนี้ ขอถวายพระพร