ลาวุลตา
วรรคที่ ๒
องค์ ๑ แห่งเครือน้ำเต้า

                 “ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๑ แห่งเครือน้ำเต้าได้แก่อะไร ?”

    “ขอถวายพระพร ธรรมดา เครือน้ำเต้า ย่อมเอางวงของตนเกาะหญ้าหรือต้นไม้เครือไม้ขึ้นไปงอกงามอยู่เบื่องบนฉันใด พระโยคาวจรผู้มุ่งความเจริญในพระอรหันต์ ก็ควรยึดหน่วงอารมณ์ด้วยใจ ขึ้นไปเจริญอยู่ในความเป็นพระอรหันต์ฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ ๑ แห่งเครือน้ำเต้า

   ข้อนี้สมกับคำของ พระสารีบุตรเถระ ว่า

   “ธรรมดาเครือน้ำเต้าย่อมเอางวงของตนพันหญ้าหรือต้นไม้ หรือเครือไม้ แล้วขึ้นไปงอกงามอยู่เบื้องบนฉันใด พระพุทธบุตรผู้มุ่งหวังอรหัตตผล ก็ควรยึดหน่วงอารมณ์ ทำให้อเสขผล (ผลที่ไม่ต้องเป็นผู้ศึกษาอีก) เจริญฉันนั้น” ดังนี้ ขอถวายพระพร”

องค์ ๓ แห่งดอกปทุม

   “ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๓ แห่งดอกปทุมได้แก่อะไร?”

   “ขอถวายพระพร ธรรมดา ดอกปทุม เกิดอยู่ในน้ำ โตอยู่ในน้ำ แต่น้ำไม่ติดค้างอยู่ฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรติดอยู่ตระกูล หมู่คณะ ลาภยศ การบูชานับถือ และจตุปัจจัยที่ปริโภค กับกิเลสทั้งปวงฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ ๑ แห่งดอกปทุม

   ธรรมดาดอกปทุมย่อมพ้นน้ำขึ้นไปตั้งอยู่ฉันใด พระโยคาวจรก็ควรครอบงำโลกทั้งสิ้นสูงขึ้นไปจากโลก แล้วอยู่ในโลกกุตตรธรรมฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งดอกปทุม

   ธรรมดาดอกปทุมถูกลมพัดเพียงเล็กน้อยก็ไหวฉันใด พระโยคาวจรควรระวังกิเลสแม้เพียงเล็กน้อย ควรเห็นโทษแม้เพียงเล็กน้อยว่าเป็นของน่ากลัวฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งดอกปทุม

   ข้อนี้สมกับคำของ พระพุทธเจ้า ว่า

    “ภิกษุย่อมเห็นภัยในโทษอันเล็กน้อยแล้วถือมั่นอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย” ดังนี้ ขอถวายพระพร

องค์ ๒ แห่งพืช

   “ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๒ แห่งพืช ได้แก่ออะไร?”

   “ขอถวายพระพร ธรรมดา พืช ถึงมีเพียงเล็กน้อย เมื่อเขาปลูกหว่านลงในที่ดีเวลาฝนตกลงมาดี ก็ย่อมให้ผลมากฉันใด พระโยคาวจรก็ควรปฏิบัติฉันนั้น อันนี้เป็นองค์แรกแห่งพืช

   ธรรมดาพืชที่เขาปลูกหว่านลงในที่บริสุทธิ์ดี ย่อมงอกขึ้นได้เร็วฉันใด จิตของพระโยคาวจรผู้อยู่ในที่สงัด ผุ้อบรมสติปัฏฐานก็งอกงามขึ้นได้เร็วฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งพืช

   ข้อนี้สมกกับคำของ พระอนุรุทธเถระ ว่า

    “พืชอันตั้งอยู่ในที่บริสุทธิ์ดี ย่อมมีผลไพบูบย์ ทำให้ผู้ปลูกหว่านดีใจฉันใด จิตของพระโยคาวจรที่บริสุทธิ์อยู่ในที่สงัด ก็งอกงามขึ้นเร็วในที่ดินอันดี คือสติปัฏฐานฉันนั้น” ดังนี้ ขอถวายพระพร”

องค์แห่ง ๑ แห่งไม้ขานาง

   “ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๑ แห่งไม้ขานางได้แก่ออะไร?”

   “ขอถวายพระพร ธรรมดา ไม้ขานาง ย่อมเจริญอยู่ใต้ดิน แล้วสูงขึ้นตั้ง ๑๐๐ ศอก ฉันใด พระโยคาวจรก็ควรแสวงหาสมณธรรมคือสามัญผล ๔ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ อยู่ในที่สงัดฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ ๑ แห่งไม้ขานาง

    “ข้อนี้สมกับคำของ พระราหูลเถระ ว่า

   “ไม้ขานางมีรากหยั่งลงไปใต้ดินตั้ง ๑๐๐ ศอก เวลาถึงกาลแก่แล้ว ก็งอกขึ้นในวันเดียวตั้ง ๑๐๐ ศอกฉันใด พระโยคาวจรผู้อยู่ในที่สงัด ก็เจริญขึ้นด้วยธรรมฉันนั้น” ดังนี้ ขอถวายพระพร”

องค์ ๓ แห่งเรือ

   “ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๓ แห่งเรือได้แก่อะไร?”

   “ขอถวายพระพร ธรรมดา เรือ ย่อมพาคนเป็นอันมากข้ามแม่น้ำไป ด้วยความพร้อมกันแห่งไม้ขนานต่าง ๆ เป็นอันมากฉันใด พระโยคาวจรก็ควรข้ามโลกนี้กับทั้งเทวโลกไปด้วยความพร้อมกัน แห่งความขนานกันด้วยธรรมหลายอย่างพร้อมกัน อาจารคุณ ศีลคุณ ข้อวัตรปฏิบัติอันเป็นองค์แรกแห่งเรือ

   ธรรมดาเรือย่อมสู้ลูกคลื่น สู้ลมเป็นอันมากฉันใด พระโยคาวจรก็ควรสู้ลูกคลื่นคือกิเลสต่าง ๆ เป็นอันมาก เช่นลาภ สักการะ ยศ สรรเสริญ ความสุข ความทุกข์ ความนับถือ ความดูหมิ่น เป็นอันมากฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๒ แห่งเรือ

   ธรรมดาเรือย่อมแล่นไปในมหาสมุทรอันกว้างลุก เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหาประมาณมิได้ มีปลาติงมิงคละ มังกร เป็นต้น ฉันใด

   พระโยคาวจรก็ควรให้ใจอันขวนขวายซึ่งบารมี ที่จะข่มขี่เสียซึ่งสัญญาทั้งปวง เที่ยวในการรู้แจ้งแทงตลอด ซึ่งสัจจะ ๔ อันมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ ฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งเรือ

   สมกับพระพุทธพจน์ใน สัจจสังยุตต์ อันมีในสังยุตตนิกายว่า

   “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอ