พระราชา
เสด็จตามพระมเหสี
ฝ่ายพระเจ้ากุสราชแม้ทรงบำรุงบำเรอจากนางสนมทั้งหลาย ก็ไม่อาจคลายความเศร้าโศกอาลัยได้ พระองค์จึงกราบทูลพระราชมารดาไปสาคลนคร เพื่อติดตามหานางประภาวดีเอกอัครมเหสีต่อไป
เมื่อพระราชาจะเสด็จออกจากพระนคร พระองค์ทรงเหน็บพระแสงอาวุธ ๕ อย่างและทรงบรรจุกหาปณะพันหนึ่งลงในย่าม พร้อมด้วยภาชนะพระกระยาหาร มือถือพิณทิพย์ไปตามลำพังแต่พระองค์ พระโพธิสัตว์ทรงมีพระกำลังเรี่ยวแรงมาก ทรงดำเนินไปสิ้นระยะทาง ๑๐๐ โยชน์ ก็ถึงเมืองสาคละในเวลาเย็น
เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปแล้วเท่านั้น ด้วยเดชเดชานุภาพแห่งพระโพธิสัตว์ พระนางประภาวดีจะทรงบรรทมอยู่บนพระที่มิได้ ต้องเสด็จลงมาบรรทมเหนือภาคพื้น
ในขณะที่พระองค์ทรงดำเนินมาตามถนน มีหญิงคนหนึ่งเชื่อเชิญให้ประทับในบ้านของตน พร้อมได้จักที่บรรทมและพระกระยาหารเสวย ครั้นเสวยเสร็จแล้วได้พระราชทานทรัพย์พันหนึ่ง กับภาชนะทองคำแก่หญิงคนนั้น แล้วฝากพระแสงเบญจาวุธไว้ที่บ้านนั้น
พระองค์ทรงถือเอาพิณเสด็จไปยังโรงช้าง ขออนุญาตจากคนเลี้ยงช้างแล้วบรรทมระงับความเห็ดเหนื่อยแล้ว จึงทรงลุกขึ้น ดีดพิณขับร้องประสานเสียง ด้วยทรงมุ่งหวังจะให้ชาวเมืองสาคละได้ยิน
พอพระนางประภาวดีได้ทรงสดับเสียงขับร้อง ก็ทรงทราบว่าพระเจ้ากุสราชคงจะเสด็จตามเรามาอย่างแน่นอน
พระโพธิสัตว์
ทรงปลอมเป็นนายช่าง
เมื่อพระเจ้ากุสราชทรงเห็นว่า อยู่ที่โรงช้างไม่อาจจะได้เห็นพระนางประภาวดี พระองค์จึงเสด็จกลับไปที่เรือนหญิงนั้นอีก ทรงฝากพิณไว้แล้วได้เสด็จไปขอเป็นลูกมือช่างปั้นภาชนะต่าง ๆ ถวายหลวง พระองค์ได้ทรงปั้นภาชนะที่เขาจะไปถวายพระนางประภาวดีนั้น ทำให้มีลวดลายต่าง ๆ
เมื่อทรงปั้นและเผาเสร็จแล้วให้พวกช่างนำไปถวายพระเจ้ามัทราช พระบาทท้าวเธอทรงแปลกพระหฤทัย จึงตรัสถามจนได้ทราบความจริงแล้ว ได้พระราชทานทรัพย์พันหนึ่งเป็นรางวัล พร้อมกับรับสั่งอีกว่า
คน ๆ นี้ไม่ควรเป็นศิษย์ของเจ้า ที่ถูกต้องเป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้าจงศึกษากับเขาเถิด นับตั้งแต่นี้ไปจงจักให้เขาเป็นคนทำเครื่องปั้น ให้เป็นเครื่องเล่นสำหรับธิดาของเราทุก ๆ คน
ช่างปั้นนั้นก็รับเอาพระราชทรัพย์กลับมาถวายพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ก็ปั้นเครื่องเล่นต่าง ๆ ส่งเข้าไปถวายพระราชธิดาทั้ง ๗ พระองค์ของพระเจ้ามัทราช เฉพาะที่จะถวายพระนางประภาวดีนั้น พระองค์ทรงปั้นให้วิจิตรบรรจงยิ่งกว่าองค์อื่น ๆ
พอพระนางได้ทอดพระเนตรเห็นพระรูปของพระราชสวามี และรูปนางขุชชาอยู่ในเครื่องปั้นก็ทรงทราบว่า เป็นของพระเจ้ากุสราชกระทำ จึงโยนของนั้นทิ้งตรัสว่าใครอยากได้ก็จงเอาไป
ฝ่ายพระเจ้าน้องทั้งหลายทรงยิ้มแล้วกราบทูลว่า ขอพระพี่นางจงทรงรับไว้เถิด เพราะของพวกนี้นายช่างได้ทำขึ้นเฉพาะพระพี่นางเท่านั้น พระนางประภาวดีก็ทรงนิ่งเสีย ไม่ตรัสบอกว่าเป็นของพระเจ้ากุสราชทรงกระทำ เพราะไม่ต้องการที่จะให้ใครทราบว่า พระเจ้ากุสราชเสด็จตามมา
ฝ่ายพระโพธิสัตว์ทรงพระดำริว่า เราอยู่ในที่นี้ไม่อาจเห็นพระนาง จึงไปขอเป็นลูกมือของนายช่างจักสาน ออกจากนายช่างจักสานและดอกไม้ต่าง ๆ เข้าไปถวาย เหตุการณ์ก็เป็นเช่นเดิม โดยเฉพาะพระนางประภาวดี ได้โยนทิ้งเสียทุกคราว พระเจ้ากุสราชจึงเสด็จไปขอเป็นลูกมืออยู่กับเจ้าหน้าที่ห้องเครื่องต้น ซึ่งเป็นผู้ทำเครื่องเสวยพระเจ้ามัทราช
วันหนึ่งพระโพธิสัตว์ได้ปิ้งเนื้อถวายพระเจ้ามัทราช พระองค์เสวยก็ทรงรู้สึกว่ามีโอชารสแปลกกว่าเนื้อปิ้งที่เคยเสวยแล้วจึงตรัสสั่งให้เป็นพนักงานทำพระกระยาหารถวายพระราชธิดาของพระองค์
นับแต่นั้นไปพระโทธิสัตว์ได้ทรงทำเครื่องเสวยเสร็จแล้ว ทรงหาบไปถวายพระราชธิดาเอง พระนางประภาวดีได้ทอดพระเนตรเห็นก็ทรงดำริว่า พระเจ้ากุสราชมาทำงานอย่างทาสกรรมกร ไม่สมควรแก่พระองค์เลย ถ้าเราจะปล่อยให้เสด็จมาอย่างนี้ เขาก็จะเข้าใจว่าเรารักเขา จำเราจะด่าเสียให้เจ็บใจ เพื่อไม่ให้มาอีกต่อไป
พระนางจึงไปแอบอยู่ที่บานประตูหนึ่งแล้วตรัสว่า
ท่านต้องมาแบกหามให้ได้รับความลำบาก ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืนเช่นนี้ ด้วยความประสงค์ตัวเรา แต่เราขอบอกว่าเชิญท่านกลับไปบ้านเมืองเสียดีกว่า จงไปหานางยักษิณีซึ่งมีหน้าคล้ายขนมเบื้องไปเป็นมเหสีเถิด เราไม่ต้องการที่จะอยู่กับท่านอีกแล้ว
พระโพธิสัตว์ได้ทรงสดับอย่างนี้แล้วทรงดีพระทัยจึงตรัสว่า
เราติดใจในรูปโฉมของเจ้ามาก การที่เราต้องทิ้งบ้านเมืองเพราะอยากเห็นหน้าเจ้า น้องประภาวดี....นอกจากตัวเจ้าแล้วเราไม่ต้องการสิ่งใดอีก
พระโพธิสัตว์ตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางประภาวดีจึงทรงปิดประตูเสีย พระองค์จึงทรงหามเครื่องเสวยไปถวายพระราชธิดาองค์อื่น ๆ ตามลำดับ สำหรับเครื่องเสวยของพระนาง ทรงโปรดให้นางขุชชาบริโภค และได้เสวยส่วนของนางขุชชาแทน แล้วได้ทรงซ่อนพระองค์อยู่ภายในห้องบรรทม ไม่ให้พระบรมโพธิสัตว์ได้ทรงเห็นอีก
ฝ่ายพระเจ้ากุสราชปรารถนาจะทดลองดูว่า พระนางจะมีความรักต่อพระองค์บ้างหรือไม่ จึงทรงหาบเครื่องเสวยเปล่าฝ่านประตูพระตำหนักของพระนางแล้ว ทรงแกล้งล้มสลบอยู่ตรงนั้น พระนางได้ยินเสียงดังโครมครวาม จึงเปิดประตูทรงเห็นพระโพธิสัตว์ล้มลงสลบ ก็เกิดสังเวชพระทัยว่า พระเจ้ากุสราชนี้ช่างมาลำบากเพราะตัวเราแท้ ๆ
พระนางจึงรีบเสด็จออกไปก้มลงดูพระพักตร์เพื่อจะตรวจลมหายใจที่พระนาสิก (จมูก) ของพระเจ้ากุสราช พอได้ทีพระโพธิสัตว์ก็ถ่มพระเขฬะ (น้ำลาย) รดพระพักตร์พระนางเจ้า พระนางทรงพิโรธด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย แล้วเสด็จเข้าสู่พระตำหนักประทับยืนตรัสอยู่ข้างประตูว่า
ดูก่อนพระเจ้ากุสราช คนใดที่อยากได้คนที่ไม่อยากได้ตัว คนนั้นย่อมไม่มีความเจริญ ก็ฉันไม่รักท่าน ท่านจะมาให้ฉันรักท่าน มาอยากได้คนที่เขาไม่รักตัวเช่นนี้ ท่านก็ไม่มีความเจริญ
พระโพธิสัตว์เจ้าตรัสตอบว่า
นี้แน่ประภาวดี คนใดได้คนซึ่งเขาจะรักตัวก็ตาม ไม่รักตัวก็ตาม มาเป็นที่รักสมประสงค์แล้ว ฉันเรียกการได้นั้นว่าเป็นการดี ผิไม่ได้เป็นการไม่ดี
ทั้งสองได้ตรัสโต้ตอบกันอีกหลายคำ แต่รวบรัดตัดตอนว่าไม่สามารถตกลงกันได้ พระนางจึงปิดประตูเข้าตำหนักไป พระโพธิสัตว์จึงทรงยกหาบเครื่องเสวยกลับจากพระตำหนักทันที ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ทรงพบเห็นพระนางอีก
เมื่อพระบรมกษัตริย์เจ้าทรงทำหน้าที่พนักงานเครื่องต้นอยู่นั้นทรงลำบากยิ่งนัก พอเสวยเช้าแล้วก็ต้องทรงผ่าฟืน ทรงล้างภาชนะน้อยใหญ่เสร็จแล้วไปตักน้ำ ถึงยามบรรทมก็บรรทมอยู่ข้างรางน้ำ
พอตื่นบรรทมขึ้นก็ทรงทำเครื่องเสวยแล้วหาบไปถวายพระราชธิดาทั้งหลาย การที่พระองค์ต้องทรงลำบากอย่างยิ่งนี้ ก็เพราะอาศัยรักใคร่ยินดีในกามารมณ์เป็นต้นเหตุ