ขอถวายพระพร อริยสาวกย่อมประกอบ ด้วยคุณ
อันประเสริฐ ๓๐ ด้วยธุดงค์ ๑๓ อันตนได้บำเพ็ญแล้วในชาติก่อน คุณอันประเสริฐ ๓๐ นั้น ได้แก่อะไร...ได้แก่
๑. มีจิตเมตตา อ่อนโยน เยือกเย็น
๒. ฆ่ากิเลส กำจัดกิเลส
๓. ฆ่ามานะทิฏฐิ กำจัดมานะทิฏฐิ
๔. มีศรัทธาตั้งมั่น
๕. ได้ความร่าเริงดีใจง่าย
๖. ได้สมาบัติอันเป็นสุขอย่างสงบแน่นอน
๗. อบรมด้วยกลิ่นหอมของศีล
๘. เป็นที่รักของเทวดามนุษย์ทั้งหลาย
๙. ได้กำลังแห่งพระขีณาสพ
๑๐. เป็นที่ปรารถนาของพระอริยบุคคล
๑๑. เป็นที่สรรเสริญและเป็นที่ชมเชย แห่งเทวดามนุษย์ทั้งหลาย
๑๒. เป็นที่กราบไหว้บูชาของพวกอสูร
๑๓. เป็นที่สรรเสริญของมารทั้งหลาย
๑๔. เป็นผู้ไม่ติดอยู่ในโลก
๑๕. เป็นผู้เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย
๑๖. เป็นผู้สำเร็จประโยชน์อันประเสริฐ คือ มรรคผล
๑๗. เป็นผู้มีส่วนแห่งปัจจัยอันไพบูลย์ประณีต
๑๘. เป็นผู้ไม่ห่วงใยในที่อยู่ที่นอน
๑๙. เป็นผู้อยู่ด้วยฌานอันประเสริฐ
๒๐. เป็นผู้ตัดวัตถุแห่งกิเลสให้ขาดสูญ
๒๑. มั่นอยู่ในธรรมอันไม่รู้จักกำเริบ
๒๒. มีการบริโภคสิ่งไม่มีโทษ
๒๓. เป็นผู้หลุดพ้นจากคติ คือภพที่จะถือกำเนิดอีก
๒๔. เป็นผู้ข้ามความสงสัยทั้งปวงได้
๒๕. เป็นผู้เพ่งต่อวิมุตติ คือความหลุดพ้น
๒๖. เป็นผู้เข้าถึงซึ่งเครื่องป้องกันภัย อันไม่หวั่นไหว
๒๗. เป็นผู้ตัดอนุสัย คือกิเลสละเอียดเสียได้
๒๘. เป็นผู้ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวง
๒๙. เป็นผู้ได้ซึ่งสุขสมาบัติอันสงบ
๓๐. เป็นผู้ประกอบด้วยสมณคุณ คือคุณแห่งสมณะ
ขอถวายพระพร พระสารีบุตรเถระ ผู้ล้ำเลิศในหมื่นโลกธาตุ ยกองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถเสียแล้ว ไม่มีใครเสมอเหมือนก็เพราะได้อบรมในธุดงคคุณ ๑๓ มาตลอดอสงไขย หาประมาณมิได้ ได้รับยกย่องจาก พระพุทธองค์ว่า
" เป็นผู้ใช้พระธรรมจักรอันเยี่ยม ตามเยี่ยงอย่างพระพุทธองค์ได้ "
จึงเป็นอันว่า ธุดงคคุณ ให้ซึ่งคุณหาที่สุดมิได้อย่างนี้แล ขอถวายพระพร "
พระเจ้ามิลินท์ตรัสว่า
" ข้าแต่พระนาคเสน เป็นอันว่า พระพุทธวจนะทั้งสิ้น ที่ให้สำเร็จคุณวิเศษทั้งหลายย่อมรวมลงใน ธุดงคคุณ ๑๓ ทั้งนั้น ข้อนี้เป็นอันโยมเข้าใจดีแล้ว พระผู้เป็นเจ้า "
อธิบาย
พระอุปเสนเถระ ท่านเป็นผู้ปฏิบัติขัดเกลาด้วยธุดงคคุณ ท่านได้เดินทางไปกรุงสาวัตถีมิได้เอื้อเฟื้ออาลัยในข้อกติกาของพระสงฆ์ทั้งหลาย พาภิกษุผู้เป็นศิษย์ของตนเข้าไปสู่สำนักของพระผู้มีพระภาค ในเวลาเสด็จเข้าที่เร้นอันสงัด ถวายนมัสการโดยเคารพแล้ว ก็นั่งอยู่ที่ควรข้างหนึ่ง
ส่วนว่าองค์สมเด็จพระบรมศาสดาทอดพระเนตรดูผู้เป็นศิษของพระอุปเสนนั้น มีกริยาพาทีเป็นแบบเดียวพิมพ์เดียวกัน ก็มีพระหฤทัยหรรษา จึงตรัสสนทนาปราศรัยด้วยกับศิษย์ของพระอุปเสนนั้น
แล้วจึงมีพระพุทธฏีกาตรัสว่า
" ดูก่อนอุปเสนเสนะ ศิษย์ของเธอเหล่านี้ ดูจริยามารยาทเป็นพิมพ์เดียวกัน ศิษย์ของเธอนั้น สั่งสอนกันด้วยอุบายประการใด ? "
พระอุปเสนจึงทูลว่า
" ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า บุคคลผู้ใดผู้หนึ่งเข้ามาสู่สำนักของข้าพระองค์แล้ว ขอบรรพชาก็ดี ขอนิสสัยก็ดี ข้าพระองค์จึงว่ารูปนี้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ถือผ้าไตรจีวรเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร
ถ้าแม้ท่านถือได้อย่างนี้ จึงจะบวชให้และจะให้นิสสัย ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่บวชให้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ศิษย์ของข้าพระองค์ จึงพร้อมกันปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกัน พระพุทธเจ้าข้า " ดังนี้
จบวรรคที่ ๙
***********
จบเมณฑกปัญหา