" ข้าแต่พระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวว่า
นิพพาน แต่พระผู้เป็นเจ้าอาจชี้รูปหรือสัณฐาน วัย ประมาณ แห่งนิพพานนั้นได้ด้วย อุปมา หรือเหตุ หรือปัจจัย หรือนัยอย่างใดอย่างหนึ่งได้ หรือไม่ ? "
" ไม่ได้ มหาบพิตร เพราะนิพพานไม่มีของเปรียบ "
" ข้าแต่พระนาคเสน ข้อนี้โยมยังไม่ปลงใจ ขอพระผู้เป็นเจ้าจงอ้างเหตุให้โยมเข้าใจก่อน"
" ขอถวายพระพร ได้...อาตมภาพขอถามว่ามหาสมุทรมีอยู่หรือไม่? "
" มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า "
" ถ้ามีผู้ถามมหาบพิตรว่า น้ำในมหาสมุทรมีเท่าไหร่ สัตว์ในมหาสมุทรมีเท่าไหร่ มหาบ พิตร จะตอบเขาว่ากระไร ? "
" ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถ้ามีผู้ถามโยมอย่างนี้ โยมก็จะตอบเขาว่า ถามสิ่งที่ไม่ควรถามปัญหา นี้เป็นของควรพักไว้ไม่ใช่ควรจำแนก ใคร ๆ ไม่ควรถาม "
" เพราะเหตุไร มหาบพิตร จึงต้องทรงตอบเขาอย่างนั้น ตามที่ถูกมหาบพิตรควรตอบเขาว่า น้ำในมหาสมุทรมีอยู่เท่านั้น สัตว์ในมหาสมุทรมีอยู่เท่านี้ไม่ใช่หรือ? "
" ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ไม่อาจตอบอย่างนั้นได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาเหลือวิสัยโยมจะทำอย่าง ไร ? "
" เรื่องนิพพานก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตรแต่ว่า ผู้มีฤทธิ์ มีอำนาจทางจิต อาจคำนวณได้ ว่าน้ำและสัตว์ในมหาสมุทรมีอยู่เท่านั้น แต่ไม่อาจชี้รูป หรือสัณฐาน วัย ประมาณ แห่งนิพพาน ได้ดวยอุปมา หรือด้วยเหตุ หรือด้วยปัจจัย หรือด้วยนัย
ขอได้โปรดทรงสดับเหตุอื่นให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก คือเทพเจ้าชื่อว่าอรูปกายิกา (อรูปพรหม) ในจำพวกเทพมีอยู่หรือ ? "
" มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า "
" มหาบพิตรอาจชี้รูป หรือสัณฐาน วัยหรือประมาณ แห่งพวกเทพจำพวกอรูปกายิกาเหล่า นั้น โดยอุปมา หรือด้วยเหตุ ด้วยปัจจัย ด้วยนัย ได้หรือไม่? "
" ไม่อาจ พระผู้เป็นเจ้า "
" ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้นพวกเทพอรูปกายิกาที่ไม่มีรูปร่างปรากฏ ก็ไม่มีน่ะซิ ? "
" มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า แต่ว่าไม่มีใครอาจชี้รูป หรือสัณฐาน วัย หรือประมาณ แห่งเทพเจ้า เหล่านั้นได้ด้วยอุปมา เหตุ ปัจจัย หรือนัยได้ "
" ขอถวายพระพร เรื่องนิพพานก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร "
แสดงคุณแห่งนิพพาน
" ข้าแต่พระนาคเสน ข้อที่ว่านิพพานเป็นสุขอย่างเดียวก็จงพักไว้ แต่ว่าไม่มีใคร อาจชี้รูป สัณฐาน วัย หรือประมาณแห่งนิพพานได้ด้วยอุปมา เหตุ ปัจจัย หรือนัย ก็คุณของนิพพานพอ จะเทียบกับสิ่งอื่นได้ เพียงแต่จะชี้ให้เห็นได้สักเล็กน้อยด้วยอุปมามีอยู่หรือ ? "
" เมื่อว่าโดยย่อก็มีอยู่ มหาบพิตร "
" ดีแล้ว พระคุณเจ้าข้า โยมขอฟังการแสดงเพียงบางส่วนแห่งคุณของนิพพาน ขอได้โปรด แสดงให้โยมดับความร้อนใจอยากจะฟัง เหมือนกับการดับความร้อนด้วยน้ำเย็น หรือด้วยลม อ่อน ๆ ฉะนั้นเถิด "
" ขอถวายพระพร ดอกปทุมมีคุณ ๑ น้ำมีคุณ ๒ ยาดับพิษงูมีคุณ ๓ มหาสมุทรมีคุณ ๔ โภชนะมีคุณ ๕ อากาศมีคุณ ๑๐ แก้วมณีมีคุณ ๓ จันทร์แดงมีคุณ ๓ เนยใสมีคุณ ๓ ยอดคีรี มีคุณ ๕ คุณแห่งสิ่งเหล่านี้ พอเปรียบเทียบกับคุณแห่งนิพพานได้ "
" ข้าแต่พระนาคเสน ข้อนี้คืออย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร คือ ดอกปทุมที่ว่ามีคุณ ๑ นั้น ได้แก่น้ำไม่ติดค้างอยู่ได้ เหมือนกับ นิพพานไม่แปดเปื้อนด้วยกิเลส "
" ข้าแต่พระนาคเสน น้ำมีคุณ ๒ เป็นอย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร น้ำมีคุณ ๒ คือ ความเย็น ๑ การดับความร้อน ๑ ทั้งสองประการนี้พอ เปรียบเทียบกับนิพพานอันเป็นของเย็น เป็นของดับความร้อนคือกิเลสได้
อนึ่ง น้ำอันเย็นนั้น ยังกำจัดความเศร้าหมองในร่างกาย และความกระหาย ความเร่าร้อน ได้ เหมือนกับนิพพานอันกำจัด ความกระหาย คือตัณหาทั้ง ๓ ได้ "
" ข้าแต่พระนาคเสน ที่ว่า คุณแห่งยาดับพิษงูมี ๓ นั้น คืออย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร คือยาดับพิษงู ย่อมเป็นเครื่องดับพิษ เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย เหมือน กับนิพพานอันดับพิษคือกิเลส และยาดับพิษงูทำให้หมดโรค เหมือนกับนิพพานทำให้สิ้นทุกข์ ทั้งปวง ยาดับพิษงูเป็นของไม่ตาย เหมือนกับนิพพานอันเป็นของไม่ตายฉะนั้น "
" ข้าแต่พระนาคเสน คุณแห่งมหาสมุทร ๔ ที่พอจะเปรียบกับนิพพานได้นั้น คืออย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร คือ มหาสมุทรเป็นของบริสุทธิ์ ว่างเปล่าจากซากศพทั้งหลาย ก็เปรียบ เหมือนกับนิพพานอันว่างเปล่าจากกิเลสทั้งหลาย ๑
มหาสมุทรใหญ่แลไม่เห็นฝั่ง ไม่รู้จักเต็ม ด้วยน้ำที่ไหลมาจากที่ทั้งปวง เหมือนนิพพาน อันเป็นของใหญ่แลไม่เห็นฝั่ง ไม่รู้จักเต็มด้วย สรรพสัตว์ฉะนั้น ๑
มหาสมุทรอันเป็นที่อยู่ของสัตว์ใหญ่ ๆ เหมือนกับนิพพานอันเป็นที่อยู่ของผู้มีคุณใหญ่คือ ผู้สิ้นกิเลสแล้วฉะนั้น ๑
มหาสมุทรย่อมเจือไปด้วยดอกไม้ คือลูกคลื่นหาประมาณมิได้ เหมือนกับนิพพานอันเต็ม ไปด้วยดอกไม้ คือวิชชา วิมุตติ อันบริสุทธิ์หาประมาณมิได้ฉะนั้น ๑ "
" ข้าแต่พระนาคเสน ที่ว่า โภชนะมีคุณ ๕ พอจะเทียบกับคุณแห่งนิพพานได้นั้น คือ อย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร ธรรมดาโภชนะ ย่อมทรงไว้ซึ่งอายุ ทำให้เจริญกำลัง ทำให้เกิดวรรณะ ระงับความกระวนกระวาย กำจัดความหิวของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
เหมือนกับนิพพานอันทรงไว้ซึ่งอายุ ด้วยการกำจัดชรามรณะเสีย ทำให้เจริญกำลังคือฤทธิ์ ให้เกิดวรรณะคือศีล ระงับความกระวนกระวายคือกิเลสทั้งปวง กำจัดซึ่งความหิวคือทุกข์ทั้ง ปวงฉะนั้น "
" ข้าแต่พระนาคเสน ที่ว่า อากาศมีคุณ ๑๐ พอจะเทียบกับนิพพานได้นั้น คืออย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร คืออากาศไม่รู้จักเกิด ไม่รู้จักแก่ ไม่รู้จักตาย ไม่รู้จักเคลื่อน ไม่รู้จัก ปรากฏ กดขี่ไม่ได้ โจรโขมยไม่ได้ ไม่อิงอาศัยอะไร เป็นที่ไปแห่งนก ไม่มีเครื่องกั้นกาง ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนกับนิพพานฉะนั้น "
" ข้าแต่พระนาคเสน ข้อที่ว่า แก้วมณีมีคุณ ๓ ซึ่งพอจะเทียบกันกับคุณแห่งนิพพานได้ นั้น คืออย่างไร ? "
" ขอถวายพระพร คือแก้วมณี ให้สำเร็จความปรารถนา ๑ ทำให้ร่าเริงใจ ๑ ทำให้สว่าง ๑ ฉันใด นิพพานก็ให้สำเร็จความปรารถนา ทำให้ร่าเริงใจ ทำให้สว่างฉันนั้น "
" ข้าแต่พระนาคเสน ข้อที่ว่า จันทน์แดงมีคุณ ๓ พอจะเทียบกับนิพพานได้นั้น คืออย่าง ไร ? "
" ขอถวายพระพร คือธรรมดาจันทร์แดงย่อมเป็นของหาได้ยาก ๑ มีกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่น อื่นเสมอ ๑ และเป็นที่สรรเสริญแห่งคนทั้งหลาย ๑ ฉันใด นิพพานก็เป็นของหาได้ยาก มีกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นอื่นเสมอ เป็นที่สรรเสริญแห่งพระอริยเจ้าทั้งหลายฉันนั้น "
" ข้าแต่พระนาคเสน ที่ว่า เนยใสมีคุณ ๓ พอจะเทียบกับคุณแห่งนิพพานได้นั้น คืออย่าง ไร ? "
" ขอถวายพระพร ธรรมดาเนยใส ย่อมมีสีดี มีรสดี มีกลิ่นดี ฉันใด นิพพานก็มีสี คือคุณ ดี มีรสคือไม่รู้จักตาย มีกลิ่นคือศีลฉันนั้น "
" ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ที่ว่า ยอดคีรีมีคุณ ๕ พอจะเทียบกับคุณแห่งนิพพานได้นั้น คืออย่าง ไร ? "
" ขอถวายพระพร คือยอดคีรีเป็นของสูง เป็นของไม่หวั่นไหว ขึ้นได้ยาก ไม่เป็นที่งอกงามแห่งพืชทั้งปวง พ้นจากการยินดียินร้าย เหมือนกับนิพพานฉันนั้น "
" ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า การที่แก้มาแล้วนี้ เป็นการถูกต้องดีทั้งนั้น "