ปัญหาที่ ๓
ถามถึงการ
สำเร็จธรรมของบุคคล

                 " ข้าแต่พระนาคเสน พวกที่ปฏิบัติชอบได้ธรรมาภิสมัยเหมือนกันทั้งนั้นหรือ ? "

    " ขอถวายพระพร บางพวกก็ได้ บางพวกก็ไม่ได้ "

    " ใครได้ ใครไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า ? "

    " ขอถวายพระพร พวกที่ไม่ได้นั้น มีอยู่หลายจำพวก  คือเดรัจฉาน ๑ เปรต ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑

    ผู้ลวงโลก ๑  ผู้ฆ่ามารดา ๑ ผู้ฆ่าบิดา ๑   ผู้ฆ่าพระอรหันต์ ๑ ผู้ทำสังฆเภท ๑   ( ทำสงฆ์ให้แตกกัน )  ผู้ทำโลหิตุบาท ๑ ( ทำให้พระพุทธเจ้าให้ห้อพระโลหิต )  ผู้เป็นไถยสังวาส ๑ ( ปลอมบวช )

    ผู้ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ๑   ผู้ประทุษร้ายนางภิกษุณี ๑   ผู้มีอาบัติสังฆาทิเสสติดตัว ๑  บัณเฑาะก์ ๑ (กระเทย)   อุภโตพยัญชนก ๑ ( คนสอง เพศ ) เด็กอายุต่ำกว่า ๗ ขวบ ๑ พวกเหล่านี้ถึงปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้ธรรมาภิสมัย "

    พระเจ้ามิลินท์ตรัสแย้งว่า

    " ข้าแต่พระนาคเสน บุคคล ๑๕ จำพวกเบื้องต้น เป็นพวกทำผิด จะได้ธรรมาภิสมัยหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่จำพวกที่  ๑๖ คือเด็กอายุต่ำกว่า ๗ ขวบนี้แหละเป็นปัญหา

    เพราะเด็กอายุต่ำกว่า  ๗ ขวบ ยังไม่มีราคะ   โทสะ  โมหะ   มานะ  มิจฉาทิฏฐิ   อรติกามวิตกอย่างใดอย่างหนึ่ง ธรรมดาผู้ที่ห่างไกลจากกิเลส สมควรจะรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งอริยสัจ  ๔ ไม่ใช่หรือ ? "

    พระนาคเสนเสนอ อธิบายว่า

    " ขอถวายพระพร ข้อนี้ขอจงทรงฟัง เหตุผล คือถ้าเด็กอายุต่ำกว่า  ๗ ขวบ รู้จักเกิดราคะโทสะ  โมหะ   รู้จักมัวเมาในสิ่งที่ควรมัวเมา   รู้จักยินดี  ไม่ยินดี รู้จักนึกถึงกุศลอกุศล ก็จักมีธรรมาภิสมัย แต่เด็กอายุต่ำกว่า ๗ ขวบนั้น จิตมีกำลังน้อย ส่วนพระนิพพานเป็นของใหญ่ ของหนักจึงไม่อาจรู้แจ้งแทงตลอดนิพพานได้

    เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังน้อย ไม่อาจยกภูเขาสิเนรุราชได้ฉันนั้น หรือเปรียบเหมือนหยาดน้ำอันเล็กน้อย ไม่อาจซึมไปทั่วแผ่นดินใหญ่ได้ หรือเปรียบเหมือนเปลวไฟเล็กน้อย ไม่อาจทำให้สว่างทั่วโลกได้ หรือเปรียบเหมือนตัวหนอนไม่อาจกลืนช้างได้ฉะนั้น "

    " ข้าแต่พระนาคเสน ตามที่พระผู้เป็นเจ้า แก้มานี้ โยมเข้าใจดีแล้ว "