ปัญหาที่ ๕
ถามความมีชีวิตแห่งน้ำ

                 ข้าแต่พระนาคเสน เวลาน้ำถูกความร้อนย่อมมีเสียงร้องต่าง ๆ
น้ำมีชีวิตหรืออย่างไร ?”

    “น้ำไม่มีชีวิต ขอถวายพระ ก็แต่ว่าเวลาน้ำถูกความร้อนด้วยไฟ ก็ย่อมมีเสียง”

    “ข้าแต่พระนาคเสน พวกเดียรถีย์บางพวกถือว่าน้ำมีชีวิต เขาจึงไม่ใช้น้ำเย็น ใช้แต่น้ำที่ต้มแล้วเท่านั้น ทั้งเขายังติเตียนชาวพุทธว่า พวกสมณศากบุตรเบียดเบียนของที่มีชีวิตอินทรีย์อันเดียว ขอพระผู้เป็นเจ้าจงปลดเปลื้องข้อครหานั้นเสียเถิด พระคุณเจ้าข้า”

    “ขอถวายพระพร น้ำไม่มีชีวิตเลย ชีพหรือสัตว์ไม่มีอยู่ในน้ำ ก็แต่ว่าน้ำมีเสียงดังได้ด้วยกำลังความร้อนแห่งไฟ เปรียบเหมือนน้ำอันตกลงในบึง ในสระ ในหนอง ในซอกเขา ในบ่อ ในที่ลุ่ม ในสระโบกขรณี ก็มีเสียงดังฉะนั้น

    อีกประการหนึ่ง ขอมหาบพิตรได้ทรงสดับให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ คือน้ำอันบุคคลใส่ลงไปในข้าวสาร แล้วยกขึ้นตั้งบนเตาไฟ น้ำจะมีเสียงดังไหม ?”

    “ไม่มีเสียงดัง พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร เวลาภาชนะน้ำนั้น ถูกยกขึ้นตั้งบนเตาไฟ น้ำจะนิ่งสงบอยู่ไหม ?”

    “ไม่นิ่งสงบ พระผู้เป็นเจ้า น้ำนั้นจะต้องเดือดมีฟองข้าวล้นออกไป”

    “เพราะเหตุไร น้ำปกติจึงนิ่งสงบ ส่วนน้ำที่ร้อนด้วยไฟจึงเดือดพล่าน ?”

    “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า น้ำปกตินิ่งอยู่ ส่วนที่ร้อนด้วยไฟย่อมมีเสียงดัง เพราะกำลังความร้อนแห่งไฟ”

    “ขอถวายพระพร ถึงเหตุอันนี้ก็เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า น้ำไม่มีชีวิต ขอพระองค์จงสดับเหตุให้ยิ่งขึ้นไปปกว่านี้อีก คือน้ำที่อยู่ในภาชนะน้ำในบ้าน เขาปิดไว้ไม่ใช่เรือ ?”

    “ใช่ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ก็น้ำนั้นเดือดพล่านหรือไม่ ?”

    “ไม่เดือด พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร มหาบพิตรได้เคยทรงสดับหรือไม่ว่า น้ำในมหาสมุทรเป็นลูกคลื่น มีเสียงดังลั่นอยู่เสมอ ?”

    “เคยสดับ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร เหตุไรน้ำในขันที่เขาปิดไว้ จึงไม่เป็นลูกคลื่น ไม่มีเสียงดัง ส่วนน้ำในมหาสมุทรมีลูกคลื่น มีเสียงดัง ?”

    “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า การที่น้ำในมหาสมุทรเป็นลูกคลื่น มีเสียงดังนั้น เหราะกำลังลมพัด ส่วนน้ำในขันน้ำเขาที่ปิดไว้นั้น ไม่ถูกลมพัด”

    “ขอถวายพระพร น้ำในมหาสุทรเป็นลูกคลื่นมีเสียงดัง เพราะกำลังลมฉันใด น้ำที่ต้มบนเตาไฟก็มีเสียงดัง เพราะกำลังความร้อนฉันั้น ขอถวายพระพร ธรรมดาหน้ากลองเขาย่อมหุ้มด้วยหนังแห่งไม่ใช่หรือ ?”

    “ใช่ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร กลองมีชีวิตจิตในหรือไม่ ?”

    “ไม่มี พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร กลองไม่มีชีวิตจิตใจแต่เหตุไรจึงมีเสียงดัง ?”

    “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า กลองมีเสียงดังด้วยความพยายาม อันเกิดจากสตรีหรือบุรุษ”

    “ขอถวายพระพร กลองมีเสียงดังได้ด้วยความพยายามของสตรีหรือบุรุษฉันใด น้ำก็มีเสียงดังด้วยความร้อนฉันนั้น เหตุอันนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า น้ำไม่มีชีวิตจิตใจ แต่มีเสียงดังได้เพราะความร้อนแห่งไฟ

    ขอถวายพระพร ปัญหาที่มหาพิตรได้ตรัสถามมาแล้ว ก็ได้ถวายดีแล้วทั้งนั้น จึงขอถามมหาบพิตรว่า น้ำในภาชนะทั้งปวง เมื่อถูกร้อนก็ดังเหมือนกันทั้งนั้น หรือดังเป็นบางภาชนะ ?”

    “ไม่ดังเหมือนกันหมด ดังเป็นบางภาชนะ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นอันว่ามหาบพิตรได้ทิ้งความเห็นของพระองค์ กลับเข้าหาความเห็นของอาตมาภาพแล้วว่า น้ำไม่มีชีวิตจิตใจ

    ขอถวายพระพร ถ้าน้ำในภาชนะทั้งปวง เมื่อถูกร้อนก็ดังเหมือนกันหมด คำกล่าวน้ำมีชีวิตก็สมควร เพราะน้ำไม่ได้แยกออกไปเป็นสอง คือ มีชีวิตก็มี ไม่มีชีวิตก็มี

    ขอถวายพระพร ถ้าน้ำมีชีวิต เวลาฝูงช้างลงเล่นน้ำ ดูดน้ำเข้าไปทางงวง แล้วใส่เข้าไปในปากไหลเข้าไปในท้อง น้ำก็ต้องมีเสียงร้อง หรือเวลาสำเภาใหญ่ ๆ บรรทุกเต็มไปด้วยสินค้าแล่นไปในมหาสุมทร น้ำที่ถูกสำเภาเบียดเสียด ก็ต้องมีเสียงร้อง

    หรือเวลาปลาใหญ่ ๆ ตัวยาวตั้งหลายร้อยโยชน์ คือ ปลามิติมิงคละ ดำผุดดำว่าย อยู่ในน้ำมหาสมุทร ถ้าน้ำมีชีวิตก็ต้องร้องเพราะเหตุน้ำไม่มีชีวิตจึงไม่ร้อง”

    พระเจ้ามิลินท์ตรัสยกย่องว่า

    “สาธุ ...พระนาคเสน ปัญหาอันถึงซึ่งการแสดง พระผู้เป็นเจ้าได้แจงออกไว้ เปรียบเหมือนแก้วมณีที่มีค่ามาก เมื่อส่งไปถึงนายช่างผู้ฉลาด เขาก็ทำให้ดียิ่งขึ้น หรือแก้วมุกดา แก่นจันทน์แดงอันน่าสรรเสริญฉะนั้น”