ปัญหาที่ ๕
ถามถึงความ
ไม่ก้าวย่างไปแห่งผู้จะเกิด


                        “ข้าแต่พระนาคเสนผู้ประเสริฐ ผู้ที่จะไปเกิดใหม่นั้น ไม่ได้ก้าวย่างไปด้วย แต่ถือกำเนิดได้ด้วยอย่างนั้นหรือ ? ”

    “อย่างนั้น มหาบพิตร”

    “อย่างนั้นขอนิมนต์อุปมา ”

    “ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนว่าบุรุษผู้หนึ่งเอาประทีปมาต่อประทีป ประทีปจะก้าวไปจากประทีปเก่าหรือไม่ ?”

    “ไม่ก้าวไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร”

    “ขอนิมนต์อุปมาอีก”

    “ขอถวายพระพร มหบพิตรคงจำได้ว่าในเวลาที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ มีพระชันษาได้ ๑๐ ได้รับวิชาเลขและวิชาการต่าง ๆ ในสำนักอาจารย์หรือ ?”

    “ได้รับ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร วิชาเลขและศิลปะต่าง ๆ นั้น ก้าวย่างไปจากอาจารย์หรือไม่ ?”

    “ไม่ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร ผู้ที่จะไปเกิดใหม่นั้น ไม่ได้ก้าวย่างไปเลย แต่ถือกำเนิดได้”

    “ถูกต้องดีแล้ว พระผู้เป็นเจ้า”  

 

ปัญหาที่ ๖
ถามถึงผู้สำเร็จเวทย์

   “ข้าแต่พระนาคเสน บุคคลผู้ถึงเวทย์มีอยู่หรือไม่ ?”

    “ขอถวายพระพร เมื่อว่าตามปรมัตถ์แล้ว...ไม่มี”

    “ถูอแล้ว พระผู้เป็นเจ้า”

 

ปัญหาที่ ๗
ถามถึง
การก้าวไปแห่งสภาพ
 

   “ข้าแต่พระนาคเสน สภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง ก้าวไปจากกายนี้สู่กายอื่นมีอยู่หรือไม่?”

    “ขอถวายพระพร ไม่มีเลย”

    “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถ้าสภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง ก้าวจากกายนี้ไปสู่กายอื่นไม่มี บุคคลก็จะพ้นจากบาปกรรมทั้งหลายมิใช่หรือ ?”

    “ขอถวายพระพร ถ้าเขาไม่เกิดอีก ก็จะพ้นจากบาปกรรมทั้งหลาย แต่เพราะเขายังเกิดอยู่ เขาจึงไม่พ้นจากบาปกรรมทั้งหลาย”

    “ขอนิมนต์อุปมาด้วย”

    “ขอถวายพระพร เปรียบเช่นเดียวกับบุรุษคนหนึ่ง ขโมยมะม่วงที่ผู้อื่นปลูกไว้ เขาควรจักต้องได้รับโทษหรือไม่ ?”

    “ควรได้รับโทษ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร มะม่วงที่บุรุษนั้นขโมยไป ไม่ใช่มะม่วงลูกที่บุรุษนั้นปลูกไว้เหตุใดผู้ขโมยจึงควรได้รับโทษ ?”

    “ข้าแต่พระเป็นเจ้า มะม่วงเหล่านั้นอาศัยมะม่วงลูกที่บุรุษนั้นปลูกไว้ จึงเกิดเป็นลำต้นขึ้น เพราะฉะนั้น ผู้ขโมยจึงควรได้รับโทษ ”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือบุคคลย่อมทำกรรมดีหรือชั่วไว้ด้วย นามรูปนี้ แล้ว นามรูปอื่น ก็เกิดขึ้นด้วยกรรมนั้น เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่พ้นจากบาปกรรม”

    “แก้ดีแล้ว พระผู้เป็นเจ้า”