ปัญหาที่ ๖
ถามถึงความ
ร้อนแห่งไฟนรก


                        พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า

    “ข้าแต่พระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวไว้ว่า ไฟนรกร้อนมากกว่าไฟปกติ ก้อนหินน้อย ๆ ทิ้งลงไปในไฟปกติ ไฟเผาอยู่ตลอดวันก็ไม่ย่อยยับ ส่วนก้อนหินโตเท่าปราสาททิ้งลงไปในไฟนรก ก็ย่อยยับไปในขณะเดียว ดังนี้ คำนี้โยมไม่เชื่อ

    ถึงคำที่พระผู้เป็นเจ้ากล่าวไว้ว่า พวกสัตว์นรกอยู่ในนรกได้ตั้งพัน ๆ ปีก็ไม่ย่อยยับไป ดังนี้ คำนี้โยมก็ไม่เชื่อ”

    พระเถระตอบว่า

    “ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทัยอย่างไร....คือพวกนกยูง ไก่ป่า มังกร จระเข้ เต่า ย่อมกินก้อนหินแข็ง ๆ ก้อนกรวดแข็ง ๆ จริงหรือ?”

    “เออ....โยมได้ยินว่าจริงนะ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร ก้อนหินก้อนกรวดเหล่านั้น เข้าไปอยู่ภายในท้องของสัตว์เหล่านั้นแล้ว แหลกย่อยยับไปหรือไม่?”

    “แหลกย่อยยับไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร ก็สัตว์ที่อยู่ในท้องของสัตว์เหล่านั้น แหลกย่อยยับไปไหม?”

    “ไม่แหลกย่อยยับไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “เพราะอะไร มหาบพิตร?”

    “โยมเข้าใจว่า เพราะกรรมคุ้มครองไว้”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร พวกสัตว์นรกถึงจะถูกไฟไหม้อยู่ในนรกตั้งหลายพันปีก็ไม่ย่อยยับไป เพราะกรรมคุ้มครองไว้ พวกสัตว์นรกเหล่านั้น เกิดอยู่ในนรก เจริญอยู่ในนรก ตายอยู่ในนรก

    ข้อนนี้สมกับที่สมเด็จพระชินสีห์ตรัสไว้ว่า

    “บาปกรรมนั้นยังไม่สิ้นตราบใด สัตว์นรกก็ยังไม่ตายตราบนั้น”

    “ขอนิมนต์อุปมาด้วย”

อุปมาด้วยราชสีห์

    “ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทัยความข้อนี้อย่างไร....คือราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลืองตัวเมีย ย่อมเคี้ยวกินของแข็ง ๆ เคี้ยวกินกระดูก เคี้ยวกินเนื้อมีอยู่หรือ?”

    “มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร กระดูกที่เข้าไปอยู่ในท้องของสัตว์เหล่านั้นแหลกย่อยไปไหม?”

    “แหลกย่อยไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร ลูกในท้องของสัตว์เหล่านั้นแหลกย่อยยับไปไหม?”

    “ไม่แหลก พระผู้เป็นเจ้า”

    “เพราะอะไร มหาบพิตร?”

    “โยมเข้าใจว่า เป็นเพราะกรรมรักษาไว้ แต่ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งขึ้นไป”

อุปมาด้วยนกหัวขวาน

    “ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทัยความข้อนี้อย่างไร....คือ นกหัวขวาน นกยูง ย่อมเคี้ยวกินไม้อันแข็งมีอยู่หรือ?”

    “มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า”

    “ไม้อันแข็งเหล่านั้น เข้าไปอยู่ในท้องนกหัวขวาน นกยูงเหล่านั้นแล้ว ย่อยยับไปหรือไม่?”

    “ย่อยยับไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “ขอถวายพระพร ลูกนกหัวขวานที่อยู่ในท้อง ย่อยยับไปหรือไม่?

    “ไม่ย่อยยับไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “เพราะอะไร มหาบพิตร?”

    “โยมเข้าใจว่า เพราะกรรมรักษาไว้ ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งขึ้นไปอีก”

อุปมาด้วยสตรี

    “ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทัยข้อนี้อย่างไร....คือ นางโยนก นางกษัตริย์ นางพราหมณ์ นางคฤหบดี ที่มีความสุขมาแต่กำเนิด ได้เคี้ยวกินของแข็ง ขนมผลไม้ เนื้อ ปลาต่าง ๆ หรือไม่?”

    “เคี้ยวกิน พระผู้เป็นเจ้า”

    “ของเหล่านั้นตกเข้าไปอยู่ในท้องของหญิงเหล่านั้นแล้ว ย่อยยับไปหรือไม่?”

    “ย่อยยับไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “ก็ลูกในท้องของหญิงเหล่านั้น ย่อยยับไปหรือไม่?”

    “ไม่ย่อยยับไป พระผู้เป็นเจ้า”

    “เพราะอะไร มหาบพิตร?”

    “โยมเข้าใจว่า เป็นเพราะกรรมคุ้มครองไว้”

    “ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหบพิตร คือสัตว์นรกถึงจะถูกไฟไหม้ในนรกตั้งหลายพันปี ก็ไม่ย่อยยับไป สัตว์นรกเหล่านั้น เกิดอยู่ในนรก เจริญอยู่ในนรก ตายอยู่ในนรก ข้อนี้สมกับที่สมเด็จพระทศพลตรัสไว้ว่า

    “บาปกรรมที่เขาทำไว้ยังไม่สิ้นตราบใด เขาก็ยังไม่ตายตราบนั้น”

    สมควรแล้ว พระผู้เป็นเจ้า”