ข้าแต่พระนาคเสน ปัญญา อยู่ที่ไหน ?
ขอถวายพระพร ปัญญาก็ไม่ได้อยู่ที่ไหน
ถ้าอย่างนั้น ปัญญาไม่มีน่ะชิ
ขอถวายพระพร ลมอยู่ที่ไหน ?
ลมไม่ได้อยู่ที่ไหน
ถ้าอย่างนั้น ลมก็ไม่มีน่ะชิ
ถูกแล้ว พระนาคเสน
ปัญหาที่ ๑๗
ถามความต่างกัน
แห่งวิญญาณเป็นต้น
ข้าพระนาคเสน ปัญญา วิญญาณ ชีพในภูต เหล่านี้ มีอรรถะพยัญชนะต่างกันหรือว่ามีอรรถะอย่างเดียวกัน มีพยัญชนะต่างกัน ?
ขอถวายพระพร วิญญาณ มีการ รู้สึก เป็นลักษณะ ปัญญา มีการ รู้ทั่ว เป็นลักษณะ ชีพในภูต คือผู้ที่เกิดแล้วไม่มี
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถ้าไม่มีชีพเป็นตัวเป็นตน ก็ใครเล่าเห็นรูปด้วยตา ได้ฟังเสียงด้วยหู สูดกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น สัมผัสด้วยกาย รู้จักอารมณ์ด้วยใจ?
ขอถวายพระพร ถ้าชีพเห็นรูปด้วยตาตลอดถึงรู้จักมารมณ์ด้วยใจแล้ว เมื่อเปิดตาขึ้น ชีพนั้นก็ต้องมีหน้าไปข้างนอก ต้องได้เห็นนรูปดาวได้ดี เมื่อเปิดหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ชีพนั้นก็ต้องหันหน้าไปภายนอก รู้จักอารมณ์ได้ดีอย่างนั้นหรือ?
ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า
ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้น ชีพก็ไม่มีในภูต
ชอบแล้ว พระนาคเสน
อธิบาย
คำว่า อรรถะ คือแปลมีความหมาย ส่วน พยัญชนะ คือแปลตามศัพท์ หรือที่เรียกกันว่า แปลยกศัพท์ นั้นเอง
ปัญหาที่ ๑๘
ถามถึงเรื่องสิ่งที่
ทำได้ยากของพระพุทธเจ้า
ข้าแต่พระนาคเสน สิ่งที่ทำได้ยากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกระทำนั้น ได้แก่อะไร ?
ขอถวายพระพร พระพุทธเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ได้ยาก ได้แก่การทรงแสดงซึ่งธรรมอันไม่มีรูปร่าง อันมีอยู่ในจิต เจตสิก อันเป็นไปในอารมณ์อันเดียวเหล่านี้ได้ว่า อันเป็นผัสสะ อันนี้เป็นเวทนา อันนี้เป็นสัญญา อันนี้เป็นเจตนา อันนี้เป็นจิต
ขอนิมนต์อุปมาด้วย
ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนกับบุรุษคนหนึ่งลงเรือไปที่มหาสมุทร วักน้ำขึ้นมาวางไว้ที่ลิ้น ก็รู้ว่านี้เป็นน้ำคงคา นี้เป็นน้ำยมนา นี้เป็นน้ำสรภู นี้เป็นน้ำอจิรวดี นี้เป็นน้ำมหิ ดังนี้ได้ เป็นของง่ายหรือยากล่ะ?
เป็นของยาก พระผู้เป็นเจ้า
ขอถวายพระพร การที่พระพุทธเจ้าทรงบอกสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง ที่มีในจิตใจ ที่เป็นอารมณ์อันเดียวกันว่า นี้เป็นผัสสะ นี้เป็นเวทนา นี้เป็นสัญญา นี้เป็นเจตนา นี้เป็นจิต ดังนี้ยิ่งยากกว่านั้น
ถูกแล้ว พระผู้เป็นเจ้า