ปัญหาที่ ๓
ถามเรื่องการ
ดับทุกช์ใน ๓ กาล


                        พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า “ข้าพระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้าพยายามละทุกข์ที่เป็นอดีตหรืออย่างไร ?”

   พระนาคเสนตอบว่า

   “หามิได้ ขอถวายพระพร”

   “ถ้าอย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้าพยายามละทุกข์อนาตคอย่างนั้นหรือ?”

   “หามิได้ ขอถวายพระพร”

   “ถ้ามิได้พยายามละทุกข์ที่เป็นอดีตอนาคต ปัจจุบันแล้ว พยายามเพื่ออะไร ?”

   “ขอถวายพระพร พยายามเพื่อให้ทุกข์ ที่มีอยู่ดับไป และเพื่อไม่ให้ทุกข์ใหม่เกิดขึ้น”

   “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ทุกข์อนาคตมีอยู่หรือ?”

   “มี มหาบพิตร”

   “ข้าแต่พระนาคเสน บุคคลเหล่าใดพยายามเพื่อละสิ่งที่ยังไม่มี บุคคลเหล่านั้นเป็นบัณฑิตเกินไปเสียแล้ว”

อุปมาป้องกันภัยจากข้าศึก

   “ขอถวายพระพร มหาบพิตรเคยมีอริราชศัตรูหรือไม่?”

   “เคยมี พระผู้เป็นเจ้า”

   “ขอถวายพระพร เมื่อมีอริราชศัตรูที่จะมาจู่โจมบ้างเมืองเกิดขึ้น มหาบพิตรจึงโปรดให้ขุดคู สร้างกำแพง สร้างประตูเมือง สร้างป้อม ขนเสบียงอาหารเข้ามาไว้ในพระนครเวลานั้นหรือ?”

   “หามิได้ ต้องเตียมไว้ก่อน”

   “พระองค์ทรงฝึกหัดช้าง ม้า รถ ธนู ดาบ หอก เวลานั้นหรือ?”

   “หามิได้ ต้องฝึกหัดไว้ก่อน”

   “ขอถวายพระพร ที่ทำดังนั้นเพื่ออะไร?”

   “ทำไว้เพื่อป้องกันภัยอนาคตน่ะชิ”

   “ขอถวายพระพร ภัยอนาคตมีอยู่หรือ?”

   “มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า”

   “ขอถวายพระพร พวกใดตกแต่งบ้างเมืองไว้เพื่อละภัยอนาคต พวกนี้นก็เป็นบัณฑิตเกินไปน่ะชิ”

   “ขอนิมนต์อุปมาอีก”

อุปมาป้องกันความกระหายน้ำ

   “ขอถวายพระพร เมื่อใดมหาบพิตรอยากเสวยน้ำ เมื่อนั้นมหาบพิตรจึงโปรดให้ขุดบ่อน้ำ ขุดสระโบกขรณี ขุดเหมือง ขุดบ่อ อย่างนั้นหรือ ?”

   “ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า สิ่งเหล่านั้นต้องทำไว้ต้องทำไว้ก่อนทั้งนั้น”

   “ขอถวายพระพร ทำไว้เพื่ออะไร?”

   ทำไว้เพื่อกระหายน้ำน่ะชิ”

   “ขอถวายพระพร ความกระหายน้ำอนาคตมีอยู่หรือ?”

   “มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า”

   “ขอถวายพระพร พวกที่ตระเตรียมการณ์ไว้เพื่อละความกระหายน้ำ อันไม่มีอยู่นั้นก็เป็นบัณฑิตเกินไปน่ะชิ”

   “อุปมาป้องกันความหิว”

   “ขอถวายพระพร เมื่อมหาบพิตรทรงหิวพระกระยาหาร จึงโปรดให้ไถนา หว่านข้าวปลูกข้าวอย่างนั้นหรือ?”

   “ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า ต้องให้ทำไว้ก่อนทั้งนั้น”

   “ขอถวายพระพร ทำไว้เพื่ออะไร ?”

   “ทำไว้เพื่อป้องกันความหิวอนาคตน่ะชิ”

   “ขอถวายพระพร ความหิวอนาคตมีอยู่หรือ?”

   “มีอยู่ พระผู้เป็นเจ้า”

   “ขอถวายพระพร มหาบพิตรที่โปรดให้ทำสิ่งนั้น ๆ ไว้ เพื่อป้องกันความหิวอันยังไม่มีอยู่ ก็เป็นบัณฑิตเกินไปน่ะชิ”

   “พระผู้เป็นเจ้ากล่าวสมควรแล้ว”

ข้อวินิจฉัย

   ปัญหานี้สลับซับซ้อนในข้อที่ว่า ทำไมพระนาคเสนจึงปฎิเสธว่า มิได้พยายามละทุกข์ที่เป็น อดีต อนาคต และปัจจุบัน แต่ท่านรับว่า พยายามเพื่อให้ทุกข์ที่มีอยู่ดับไป และเพื่อไม่ให้ทุกข์ใหม่เกิดขั้น

   ปัญหาต่อไปพระเจ้ามิลินท์ถามว่า ทุกข์อนาคต (ที่ยังไม่มาถึง) มีอยู่หรือ ?” ต้นฉบับพิศดารกลับตอบว่า “มี” แต่ฉบับพิาดารกลับตอบว่า “ไม่มี” แล้วพระองค์ทรงตรัสเย้ยพระนาคเสนว่าฉลาดเกินไป ที่พยายามละสิ่งที่ยังไม่มีอยู่ในเวลานี้

   พระนาคเสนจึงย้อนกลับ โดยยกอุปมาภัยของข้าศึก และภัยจากความหิวในอนาคต ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ก่อน

   จากการเปรียบเทียบพอจะวินิจฉัยได้ว่า “ภัยในอนาคต” ก็เหมือน “ทุกข์ในอนาคต” อันได้แก่ เจ็บ และตาย เป็นต้น ที่จะมีมาในอนาคต จึงเป็นไปได้ว่า “ความทุกข์ในอนาคต”น่าจะมีอยู่

   อีกทั้งหลักฐานจากคำบาลี พระนาคเสนถามว่า “อัตถิ ปน มหาราช อนาราช อนาคตภยัง” แปลว่า “ภัยอนาคตมีอยู่หรือไม่?” พระเจ้ามิลินท์ตรัสตอบว่า “อัตถิ ภันเต” ซึ่งหมายความว่า “มี” ดังนี้