ข้าแต่พระนาคเสนพระผู้เป็นเจ้ากล่าวไว้ว่า สมเด็จพระบรมศาสดามีบริษัทไม่แตกแต่กล่าวอีกว่า พระเทวทัตทำให้ภิกษุ ๕๐๐ แตกออกจากพระพุทธเจ้าได้ด้วยการกระทำเพียงครั้งเดียว
ถ้าพระตถาคตเจ้ามีบริษัทไม่แตกจริง ข้อที่ว่า พระเทวทัตทำให้ภิกษุ ๕๐๐ นั้นแตกก็ผิดไป
ถ้าคำว่า พระเทวทัตทำลายภิกษุ ๕๐๐ ให้แตกนั้นถูก ข้อว่า พระตถาคตเจ้ามีบริษัทไม่แตกนั้นก็ผิดไป ปัญหานี้เป็นอุภโตโกฏิ ยุ่งยากมาก ขอพระผู้เป็นเจ้าจงแสดงกำลังญาณเถิด
พระนาคเสนถวายพระพรว่า
มหาบพิตรพระราชสมภาร สมเด็จพระพิชิตมารเป็นผู้มีบริษัทไม่แตกจริง พระเทวทัตก็ทำให้ภิกษุ ๕๐๐ แตกไปจริง
เพราะเมื่อเหตุให้แตกมีอยู่ ความต้องแตกระหว่างมารดากับบุตร บุตรกับมารดา บิดากับบุตร บุตรกับบิดา พี่ชายกับพี่หญิง พี่หญิงกับพี่ชาย สหายกับสหาย ก็ยังต้องแตกกัน
ถึงเรือที่ขนานด้วยไม้ต่าง ๆ ก็ยังแตก ด้วยถูกลูกคลื่นชัด ต้นไม้ที่มีรสหวาน เมื่อปะปนกับสิ่งที่มีรสขม ก็ยังมีรสแปรไป ทองคำหรือเงินปนทองแดง ก็ยังเปลี่ยนสีไปได้
ก็แต่ว่าความแตกอย่างนั้น ไม่ใช่ความประสงค์ของผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ใช่พระพุทธประสงค์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่ใช่ความพอใจของบัณฑิตทั้งหลายว่า พระตถาคตเจ้าเป็นผู้มีบริษัทแตก
(หมายความว่า ผู้รู้ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าทั้งหลาย บัณฑิตทั้งหลาย ไม่ลงความเห็นว่า พระตถาคตเจ้าเป็นผู้มีบริษัทแตก)
ข้อที่ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้มีบริษัทไม่แตกนั้นมีอยู่ คือพระตถาคตเจ้าเป็นผู้มีบริษัทไม่แตกด้วยการกระทำ หรือด้วยการถือเอา หรือด้วยการกล่าวถ้อยคำอันไม่เห็นเป็นที่รัก หรือด้วยการไมช่วยการเหลือ หรือด้วยการวางตนไม่สมควรของพระพุทธเจ้าเอง
ขอถวายพระพร ความข้อนี้มีปรากฏ อยู่ในพระพุทธพจน์อันมีองค์ ๙ หรือไม่ว่าบริษัทของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้แตกไป ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงกระทำไว้ ในเวลายังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ?
พระเจ้ามิลินท์จึงตรัสยอมรับว่า
ไม่มีเลยพระผู้เป็นเจ้า โยมไม่เคยได้ฟังเลยว่า บริษัทของพระตถาคตเจ้าได้แตกไปด้วยกรรมที่พระองค์กระทำไว้ ในเมื่อพระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ โยมจึงขอรับว่าพระผู้เป็นเจ้าแก้ไขข้อนี้ถูกต้องดีแล้ว