ข้าแต่พระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระศาสดาจารย์มีปกติได้จีวร บิณฑบาต ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ที่เก็บเภสัช
แต่กล่าวไว้อีกว่า พระตถาคตเจ้าเข้าไปบิณฑบาตที่บ้านพราหมณ์อันมีนามว่า ปัญจสาละ บิณฑบาตไม่ได้อะไรเลย ได้เสด็จกลับออกมาด้วยบาตเปล่า ๆ
ถ้าถ้อยคำว่า พระตถาคตเจ้าปกติได้จีวรเป็นต้นนั้นถูก คำที่ว่า เข้าไปบิณฑบาตที่บ้านพราหมณ์นั้น ไม่ได้อะไรเลยนั้นผิด ถ้าคำว่า เข้าไปบิณฑบาตที่บ้านพราหมณ์ นั้นไม่ได้อะไรเลยถูก
คำที่ว่า ข้าไปบิณฑบาตที่บ้านพราหมณ์นั้นไม่ได้อะไรเลยนั้นถูก คำที่ว่า พระตถาคตเจ้ามีปกติได้จีวรเป็นต้นนั้นผิด ปัญหานี้เป็นอุภโตโกฏิ โปรดแสดงให้สิ้นสงสัยด้วยเถิด
พระนาคเสนตอบว่า
ขอถวายพระพร ข้อที่ว่า พระตถาคตเจ้ามีปกติได้จีวรเป็นต้นนั้นถูก ข้อที่ว่า เสด็จเข้าไปบิณฑบาตที่บ้านพราหมณ์ไม่ได้อะไรเลยนั้นถูก การที่ไม่ได้อะไรเลยนั้น เป็นเพราะการกระทำของ มาร ผู้ลามกต่างหาก
ข้าแต่พระนาคเสน ถ้าอย่างนั้น กุศลที่พระพุทธองค์ได้ทรงกระทำมานับกัปไม่ได้นั้น จะไม่สำเร็จประโยชน์หรือ ?
ขอถวายพระพร กุศลที่พระพุทธองค์ได้ทรงบำเพ็ญมานั้น เป็นของที่ให้สำเร็จประโยชน์ แต่กุศลนั้นอันมารผู้ใจบาปปิดไว้เสีย ด้วยกำลังอกุศลจิตอันแรงกล้าของตน
ข้าแต่พระนาคเสน ถ้าอย่างนั้น ก็จะมีคำกล่าวเข้ามาได้ ๒ ประการ คือประการหนึ่งว่า อกุศลมีกำลังมากกว่ากุศล อีกประการหนึ่งว่า มารมีกำลังมากกว่าพระพุทธเจ้า ข้างปลายไม้หนักกว่าข้างต้น ผู้ลามกมีกำลังกว่าผู้สมบูรณ์ด้วยความดี จะมีได้เพราะเหตุได ?
ขอถวายพระพร ไม่ใช่อกุศลมีกำลังมากกว่ากุศลเลย แต่มีเหตุอยู่อย่างหนึ่งซึ่งเป็นของควรรู้ คือ
มีบุรุษคนหนึ่ง นำเอาน้ำผึ้ง น้ำอ้อย ข้าวน้ำ อย่างใดอย่างหนึ่งมาถวายพระเจ้าจักรพรรดิ นายประตูบอกว่า ไม่ใช่เวลาเฝ้าพระราชา พวกท่านจงขับคนนี้ออกไปเสียโดยเร็ว อย่าให้พระราชาลงโทษ
บุรุษนั้นกลัวพระราชอาญา จึงรีบถือเอาของเหล่านั้นกลับไปโดยเร็ว ขอถามมหาบพิตรว่า จะว่าพระเจ้าจักรพรรดิมีกำลังน้อยกว่านายประตู ด้วยเหตุเพียงไม่ให้นำของเข้าไปถวาย ทั้งไม่ให้ผู้อื่นได้รับของนั้นด้วยหรือย่างไร ?
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่นายประตูนั้นมีกำลังมากว่า
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร ไม่ใช่ว่ามารที่เข้าดลใจพวกพราหมณ์และคฤหบดี ที่บ้านปัญจสาลคามด้วยความริษยานั้น จะมีกำลังมากกว่า
พวกเทวดาอื่นอีกตั้งหลายแสนกล่าวกันว่า พวกเราจักเอาทิพยโอชาอันไม่รู้จักตายเข้าไปโปรยลงในพระกายของพระพุทธเจ้า แล้วพากันไปยืนประนมมือเฝ้าอยู่
พระเจ้ามิลินท์ตรัสต่อไปว่า
ข้าแต่พระนาคเสน ข้อนี้จงยกไว้ อันปัจจัย ๔ เป็นของพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดในโลกนี้ได้โดยง่าย พระพุทธเจ้าย่อมได้เสวยพระกระยาหารตามพระพุทธประสงค์ พระพุทธเจ้าผู้ที่เทวดาทั้งหลายทูลอ้อนวอนแล้วย่อมเสวยปัจจัย ๔
แตาว่าความประสงค์อันใดของมารมีอยู่ ความประสงค์อันนั้นก็สำเร็จด้วยเหตุ ที่ไม่ใช้พระพุทธเจ้าได้อาหารบิณฑบาต
เป็นอันว่า มารได้ทำอันตรายแก่โภชนาหารของพระพุทธเจ้า โยมยังสงสัยในข้อนี้มาก เพราะสมเด็จพระบรมโลกนาถผู้ล่ำเลิศในโลก ผู้ได้สะสมบุญกุศลไว้เต็มที่แล้ว ผู้ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีผู้เกลียด แต่ามารยังทำอันตรายแก่ลาภอันเล็กน้อยได้
อันตรายแห่งลาภ ๔ ประการ
ขอถวายพระพร อันตรายแห่งลาภมีอยู่ ๔ ประการ คือ อทิฏฐันตราย ๑ อุทิสกตันตราย ๑ อุปักขตันตราย ๑ ปริโภคันจราย ๑
อทิฏฐันตราย นั้นคืออย่างไร? คือมีผู้ใดผู้หนึ่งกระทำการขัดขวางซึ่งลาภ อันบุคคลตกแต่งไว้โดยเฉพาะเจาะจง และไม่ทันได้เห็นผู้จะรับด้วยการกล่าวว่า ประโยชน์อะไรในการให้ผู้อื่น ดังนี้ อันนี้ชื่อว่า อทิฏฐันตราย
อุทิสกตันตราย นั้นได้แก่อะไร? ได้แก่การขัดขวางซึ่งโภชนะ อันบุคคลจัดไว้เฉพาะเจาะจงผู้รับ
ปริขตันตราย นั้นได้แก่สิ่งใด? ได้แก่การขัดขวางซึ่งลาภ อันผู้ใดผู้หนึ่งตกแต่งไว้แล้ว แต่ผู้รับยังไม่ได้รับ
ปริโภคันตราย นั้นเป็นประการใด? คือการขัดขวางลาภในขณะที่บริโภคอยู่
มหาบพิตร มารผู้ลามกได้เข้าสิงในพวกพราหมณ์และคฤหบดีในบ้านปัญจสาลคามไม่ให้ใส่บาตพระพุทธเจ้านั้น เป็นการขัดลาภที่บุคคลยังไม่ได้ตกแต่งไว้ และไม่ได้การทำไว้เฉพาะว่าจะถวาย หรือให้แก่ผู้นั้นผู้นี้ ทั้งยังไม่ได้เห็นผู้รับด้วย ไม่เข้าในลักษณะ ๔ นั้น
การที่มารขัดขวางลาภคราวนั้น ไม่ใช่ขัดขวางเฉพาะลาภของพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น แม้พวกนิครนถ์ทั้งหลาย ก็ไม่ได้โภชนาหารเลยในวันนั้น
อาตมาภาพไม่เล็งเห็นผู้จะขัดขวางลาภ ๓ ประการ คือ ลาภที่จัดไว้เฉพาะ ๑ จัดตั้งไว้แล้ว ๑ กำลังเสวยอยู่ ๑ ของพระพุทธเจ้าได้
ถ้าผู้ใดขัดขวางลาภ ๓ ประการนี้ของพระพุทธเจ้า ด้วยความริษยาเกลียดชัง ศรีษะของผู้นั้น จะต้องแตกร้อยเสี่ยงพันเสี่ยงเป็นแน่แท้
อนาวรณิยฐาน ๔ ประการ
ขอถวายพระพร สมเด็จพระชินวรเจ้ามีของอยู่ ๔ ประการ ที่ไม่มีใครหวงห้ามกั้นกางได้ เรียกว่า อนาวรณิยฐาน ของ ๔ ประการนั้น คืออะไรบ้าง
คือลาภที่บุคคลตั้งใจจัดไว้เฉพาะพระพุทธองค์ ๑ พระรัศมีด้านและวาที่ประจำพระองค์ ๑ พระสัพพัญญุตญาณ ๑ พระชนม์ชีพ ๑ ของ ๔ ประการนี้ ไม่มีใครๆ ในโลกจะทำอันตรายได้
ของ ๔ ประการนี้ มีรสเป็นอันเดียวกัน คือเป็นของที่แน่นอน คงที่ ไม่มีใครทำให้แปรปรวนเป็นอย่างอื่นได้
การที่มารผู้ลามกเข้าสิงใจของพวกพราหมณ์และคฤหบดี ในปัญจสาลคามคราวนั้น ด้วยการลอบเข้าสิงใจ เหมือนหญิงที่มีสามีลอบคบบุรุษอื่นฉะนั้น
ขอถวายพระพร ถ้าหญิงคบหาบุรุษต่อหน้าสามี เขาจักได้รับความสวัสดีหรือไม่ ?
ไม่ได้รับเลย พระผู้เป็นเจ้า ถ้าสามีได้เห็นก็จะต้องฆ่าตี จองจำ หรือปลดให้เป็นทาสี อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือมารลอบเข้าสิงใจพวกพราหมณ์และคฤหบดีในบ้านปัญจสาลคาม ถ้าได้กระทำอันตรายแก่ลาภของพระพุทธเจ้า ที่เขาทำไว้ด้วยตั้งใจถวายพระพุทธเจ้าแล้ว ยกเข้าไปตั้งไว้แล้ว หรือพระพุทธเจ้ากำลังเสวยอยู่ มารนั้นจะต้องแหลกเป็นผงไปเหมือนขี้เถ้า หรือไม่อย่างนั้นศรีษะของศรีษะของมารนั้น ก็จะต้องแตกออกไปเป็นร้อยเสี่ยงพันเสี่ยง
อีกประการหนึ่ง เหมือนกันพวกโจรลอบทำร้ายคนเดินทาง ในปลายแดนพระราชอาณาเขต พระราชาได้พบเห็นก็จะต้องให้ผ่าศรีษะของโจรนั้น ด้วยขวานให้แตกเป็นร้อยเสี่ยงพันเสี่ยงฉะนั้น ขอถวายพระพร
สาธุ...พระผู้เป็นเจ้า ปัญหานี้ลึกซึ่งยากยิ่งนัก ยากที่บุคคลอื่นจะแก้ไขได้ พระผู้เป็นเจ้าวิสัชนาให้แจ้งกระจ่างแล้ว โยมจะขอรับไว้ในกาลบัดนี้