ปัญหาที่ ๔
ถามเรื่อง
โลมกัสสปฤาษี

                 “ข้าแต่พระนาคเสน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเราเป็นมนุษย์อยู่เมื่อก่อน เราไม่ชอบเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย” ดังนี้ แต่คราวเสวยพระชาติเป็น โลมกัสสปฤาษี ได้เห็นนางจันทวดี ก็ได้ฆ่าสัตว์หลายร้อยบูชายัญ

   ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถ้าข้อว่า “ไม่เคยเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย” เป็นของถูก ข้อว่า “ฆ่าสัตว์บูชายัญครั้งเป็นโลมกัสสปฤาษี” ก็ผิดไป

   ถ้าข้อว่า “เป็นโลมกัสสปฤาษีได้ฆ่าสัตว์บูชายัญ” นั้นถูก ข้อว่า “ไม่เคยเบียดเบียนสัตว์” นั้นก็ผิด ปัญหาข้อนนี้ก็เป็นอุภโตโกฏิ แก้ได้ยากโปรดแก้ให้สิ้นสงสัยด้วยเถิด”

   พระนาคเสนจึงตอบว่า

   “ขอถวายพระพร ข้อที่ตรัสว่า “เมื่อเราเป็นมนุษย์อยู่ชาติก่อน เราไม่ได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย” นั้นก็ถูก ข้อว่า “ครั้งเป็นโลมกัสสปฤาษีได้ฆ่าสัตว์หลายร้อยบูชายัญ” นั้นก็ถูก ก็แต่ว่าข้อนั้น เป็นด้วยอำนาจราคะ รักใคร่หลงใหลในนางจันทรดี หาได้มีเจตตนาแกล้งฆ่าสัตว์ให้ตายไม่”

   “ข้าแต่พระนาคเสน บุคคลย่อมฆ่าผู้อื่นด้วยเหตุ    ๘ ประการ คือ ด้วยอำนาจราคะ ๑   โทสะ ๑    โมหะ ๑    มานะ ๑    โลภะ ๑   ชีวิต ความโง่เขลา ๑   ตามบทบัญญัติ ๑ ส่วนโลมกัสสปฤาษีกระทำนั้น เป็นการกระทำปกติ"

   "ขอถวายพระพร ไม่ใช่เป็นการกระทำปกติ ถ้าโลมกัสสปฤาษีน้อมใจลงไป เพื่อจะบูชายัญใหญ่ตามสภาวะปกติ ไม่ใช่ด้วยปัญญาก็คงไม่กล่าวไว้ว่า

   “บุคคลไม่ควรต้องการแผ่นดิน อันมีสมุทรเป็นขอบเขต มีสาครเป็นกุณฑล พร้อมกับการนินทา ดูก่อนเสยหะอำมาตย์ เธอจงรู้อย่างนี้เถิด ....” ดังนี้

   ขอถวายพระพร โลมกัสสปฤาษีผู้พูดอย่างนี้ แต่พอได้เห็นพระนางจันทวดีก็เสียสติ

   ขอถวายพระพร ธรรมดาคนเสียสติ คือคนบ้า ย่อมเหยียบไฟก็ได้ กินยาพิษก็ได้ วิ่งหาช้างตกมันก็ได้ แล่นลงไปสู้ทะเลที่ไม่ใช่ท่าก็ได้ ตกน้ำครำก็ได้ เหยียบหนามตอก็ได้ กระโดดลงจากภูเขาก็ได้ กินของน่าเกลียดโสโครกก็ได้ เปลือยกายเดินไปตามถนนก็ได้ ทำสิ่งที่ไม่ควรทำได้ต่าง ๆ ฉันใด โลมกัสสัปฤาษีก็เสียสติ จึงได้ฆ่าสัตว์บูชายัญในคราวนั้น

   บาปที่คนบ้าทำ ย่อมไม่โทษ ทั้งในปัจจุบันและอนาตค อาตภาพขอถามว่า ถ้ามีคนบ้าทำผิด จะทรงลงโทษหรือไม่ ?”

   “ไม่ลงโทษ พระผู้ป็นเจ้า เพียงแต่ให้ไล่ตีให้หนีไปเท่านั้น”

   “ขอถวายพระพร ความผิดย่อมไม่มีแก่คนบ้าฉันใด โลมกัสสปฤาษีก็ไม่มีความผิดมนการฆ่าสัตว์บูชายัญ เพราะความเป็นบ้า ในคราวนั้น พอจิตเป็นปกติขึ้น ก็ได้สำเร็จอภิญญา    ๕ อีก แล้วได้ขึ้นไปเกิดในพรหมโลกขอถวายพระพร”

    “ข้าแต่พระนาคเสน ปัญหาข้อนี้ พระผู้เป็นเจ้าแก้ไขถูกต้องดีแล้ว”

อธิบาย

   เรื่องโลมกัสสปฤาษีนี้ ครั้งพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้เสวยพระชาติเป็นฤาษีได้หลงรักพระราชธิดาของพระเจ้าพาราณสี จนยอมรับว่าจะไปฆ่าสัตว์บูชายัญ

   แต่พอยกพระขรรค์แก้วขึ้นด้วยคิดจะตัดคอช้าง ช้างก็ได้ร้องขึ้นด้วยความตกใจกลัวขณะนั้น   ช้าง   มัา   โค   ลา เป็นต้น ที่เขาผูกไว้เพื่อจะฆ่าบูชายัญ ก็ได้ร้องขึ้นด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหวด้วยความกลัวตาย

   โลมกัสสปษีรู้สึกสลดใจ พอก้มลงเห็นเงาบริขารฤาษีของตน มีชฏาเป็นต้น ก็ได้สติทันที แล้วกลับได้ฌาณเหมือนอย่างเดิมขึ้นไปนั่งอยู่บนอากาศสั่งให้ปล่อยสัตว์ทั้งหลายแล้วก็กลับไปสู่หิมพานต์ตามเดิม

   เป็นอันว่า โลมกัสสปฤาษีไม่ทันได้ฆ่าสัตว์บูชายัญ แต่ในมิลินปัญหากล่าวว่า “ฆ่าสัตว์หลายร้อยบูชายัญ” เรื่องนี้ท่านอาจจะตั้งปัญหาถาม หมายถึงในขณะที่กำลังจะฆ่าก็ได้ จึงใช้คำพูดตายตัวอย่างนั้น

   เนื่องจากท่านทั้งสองเป็นบัณฑิต มีความชำนาญในพระไตรปิฏก จึงขอฝากให้ท่านผู้อ่านโปรดวินิจฉัยให้รอบคอบด้วย